อัยการสั่งฟ้อง “พระธัมมชโย-ศศิธร” ฐานฟอกเงินและรับของโจร สั่งอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษจับตัวก่อนคดีหมดอายุความ 15 ปี
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
อัยการสั่งฟ้อง “พระธัมมชโย-ศศิธร” ฐานฟอกเงินและรับของโจร สั่งอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษจับตัวก่อนคดีหมดอายุความ 15 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานอัยการสูงสุดได้แถลงข่าวความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานฟอกเงินและรับของโจรจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และคดีอื่นๆเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ฯคลองจั่น
ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 27/2559 ให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษพิจารณา เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน 2559 โดยเป็นคดีระหว่างนายธรรมนูญ อัตโชติ ผู้กล่าวหากับพวก กล่าวหาว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 1 นางสาวศรัณยา มานหมัด ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิณ กันล้อม ผู้ต้องหาที่ 4 กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนีหรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และนางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร โดยพนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 มาให้พนักงานอัยการพร้อมสำนวนการสอบสวน ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ถูกจำคุกในคดีอื่น และผู้ต้องที่ 2 และ 5 พนักงานสอบสวนขอให้ศาลออกหมายจับไว้ และยังจับกุมตัวไม่ได้ จึงยังไม่ได้นำตัวมาส่งให้พนักงานสอบสวน
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ จึงตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจพิจารณาสำนวนคดีนี้ โดยมีนายชาติพงษ์ จิระพันธุ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมกันพิจารณาสำนวนแล้วได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนพิเศษ ทำการสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็นและได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้หลายครั้งและครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 คดีนี้คณะทำงานพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งครั้งต่อไปในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา 9.30 น.
คณะทำงานพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาพยานหลักฐานจากการสอบสวน ผลการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมด และหนังสือขอความเป็นธรรมของฝ่ายผู้ต้องหาแล้ว และได้สั่งคดีในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 โดยมีความเห็นและคำสั่งดังนี้
1.ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกจำคุกอยู่ในคดีอื่นและที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งตัวให้พนักงานอัยการแล้วได้แก่ นางสาวศรัณยา มานหมัด ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิณ กันล้อม ผู้ต้องหาที่ 4 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1,3,4 ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5,9,60 โดยพนักงานอัยการได้นัดผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 มารายงานตัวเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559
2.ส่วนผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งตัวให้พนักงานอัยการได้แก่ผู้ต้องหาที่ 2 พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย และนางศศิธรผู้ต้องหาที่ 5 พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในฐานความผิดสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5,9,60 ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 357,83 และแจ้งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจัดการให้ตัวผู้ต้องหาคือพระธัมมชโยและนางสาวศศิธร มาส่งให้พนักงานอัยการภายในอายุความ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่กระทำผิด
นอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ส่งสำนวนเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ฯคลองจั่นให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาอีกหลายคดีได้แก่
1.คดีอาญาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งให้พิจารณา
- คดีพิเศษที่ 64/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้องนายศุภชัย ฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 352,353 และ 354 ต่อศาลอาญา ศาลอาญาพิพากษาจำคุกรวม 16 ปี ตามคดีหมายเลขแดงที่ อ.706/2559 โดยมีทุนทรัพย์ความเสียหาย 27 ล้านบาท
- คดีพิเศษที่ 63/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้องนายศุภชัยกับพวกรวม 12 คนฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 83,91,341,343 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.3339/2559 และที่ อ.3734/2559 ตามลำดับ โดยพนักงานอัยการมีคำขอให้ร่วมกันคืนใ้แก่บรรดาผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงไป จำนวน 5,612.237 ล้านบาท คดีอยู่ระหว่างศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน
- คดีพิเศษ 164/2556 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งฟ้องนายศุภชัยกับพวก 4 คน ฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างและร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,258,334,335,83,91 ทุนทรัพย์เสียหาย 13,000 ล้านบาท
2.คดีแพ่ง ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งให้พิจารณา
- คดีแพ่ง เลขรับที่ 180/2559 พนักงานอัยการ สำนักคดีพิเศษ ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเมื่อ 8 กันยายน 2559 เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.173/2559 เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัยกับพวกตกเป็นของแผ่นดิน ตามที่มีการทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีทุนทรัพย์ 85.76 ล้านบาท ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 7 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 น.
- คดีแพ่ง เลขรับที่ 220/2559 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ยื่นศาลแพ่งวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 เป็นคดีดำเลขที่ ฟ. 208/2559 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัยกับพวกตกเป็นของแผ่นดิน ตามความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีทุนทรัพย์ 1,585 ล้านบาท ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้อง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.
รมต.ยุติธรรมจี้ดีเอสไอ แจงความคืบหน้า – ติดตาม “คดีพระธัมมชโย – คดีผู้บริหารยักยอกเงินสหกรณ์คลองจั่น”
สืบเนื่องจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชนให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงคดีการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่มีการสอบสวนขยายผลไปถึงกระบวนการฟอกเงิน โดยต้องเร่งรัดการสอบสวนคดีที่ยังดำเนินการไม่เสร็จและติดตามผู้ที่ศาลออกหมายจับที่ยังหลบหนีอยู่เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย
คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษออกเอกสารข่าวแจ้งว่าในวันนี้ (2 สิงหาคม 2562) เวลา 13.30 น. พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้เชิญประชุมหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโท ปกรณ์ สุชีวะกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจตรี สุรพงศ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พันเอก สัญญลักษณ์ ทั่งศิริรอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปทุมธานี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวงและผู้เกี่ยวข้อง มาหารือร่วมกันที่ห้องประชุม 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
สำหรับคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กรณีดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2556 มีกลุ่มสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เข้าร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตภายในสหกรณ์ฯ โดยกล่าวหา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯ กับพวก ว่ากระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์และ/หรือฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ โดยเป็นคดีพิเศษที่ 146/2556
คดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 13,000 ล้านบาท ทางคดีพนักงานอัยการได้ให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และยื่นฟ้องนายศุภชัย ฯ กับพวก ในความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา
เมื่อปี 2557 ในระหว่างที่สอบสวนคดีพิเศษที่ 146/2556 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ระหว่าง พ.ศ.2549 – 2556 มีการตบแต่งบัญชีงบการเงินให้เห็นว่าสหกรณ์ฯ มีผลประกอบการดีจนได้รับรางวัลว่าเป็นสหกรณ์ดีเด่น จนทำให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อและนำเงินเข้าฝากกับสหกรณ์เป็นจำนวนมาก ภายหลังมีการนำเงินออกจากสหกรณ์ไปโดยทุจริตดังที่สอบสวนพบ จึงแยกสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 63/2557 ซึ่งการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการเห็นพ้องกันว่ามีพยานหลักฐานพอฟ้อง โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลแล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา

สืบเนื่องจากคดีดังกล่าว ในปี 2559 พนักงานอัยการผู้พิจารณาสำนวนได้มีหนังสือแนะนำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญากับผู้ที่มีพฤติการณ์โอน รับโอน หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐาน แล้วปกปิด ซุกซ่อน เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินในความผิดฐานฟอกเงินแยกต่างหากจากคดีอาญามูลฐานเรื่องฉ้อโกงประชาชนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการสอบสวนดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงิน จำนวน 23 คดี ในกลุ่มนี้มีการสอบสวนเสร็จและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว จำนวน 12 คดี และมี 1 คดี ที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.แล้ว โดยยังมีคดีฟอกเงินที่อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 10 คดี
นอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษยังดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ฯ จำนวน 27 ล้านบาทเศษ เป็นคดีพิเศษที่ 64/2557 อีกคดีหนึ่ง โดยคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายศุภชัยฯ 13 ปี ขณะนี้นายศุภชัยฯ ถูกจำคุกตามคำพิพากษาดังกล่าว รวมมีคดีที่สอบสวนดำเนินคดีโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งหมด 27 คดี สอบสวนเสร็จ 17 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 10 คดี
สำหรับกรณีของวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1,458 ล้านบาทเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2559 โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับพระธัมมชโย หรือพระไชยบูลย์สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งหลบหนีไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม
ทั้งนี้การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เป็นการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวเพื่อรับทราบสถานการณ์และบูรณาการข้อมูล รวมถึงหารือในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางการยึด อายัด และจัดการของวัดพระธรรมกายตามคำสั่งของศาลแพ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอาญาในเรื่องเดียวกัน
สำหรับประชาชนที่มีข้อมูลหรือเบาะแสในเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210.หรือโทร.1202 สายด่วน กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทรฟรีทั่วประเทศ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น